กองทุน RMF คืออะไร รู้จักให้ดีก่อนไหม ก่อนตัดสินใจลงทุน

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในวัยเกษียณ มีเงินเก็บออมสำหรับการใช้จ่าย และไม่อยากที่จะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนมาก กองทุน RMF ก็เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่น่าสนใจสำหรับคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีสวัสดิการอะไรมารองรับเช่นเดียวกับผู้ที่ทำงานประจำ การลงทุนกับกองทุน RMF ก็จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้คุณได้มากขึ้น สำหรับชีวิตในวัยชรา วันนี้เราจึงมีความรู้ดี ๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับกองทุน RMF สำหรับผู้สนใจลงทุนหาเงินวัยเกษียณ ที่อาจไม่ได้รู้จักกับกองทุนนี้มาก่อนมาบอกกล่าวกัน ดังต่อไปนี้

กองทุน RMF คืออะไร

กองทุน RMF ย่อมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า “Retirement Mutual Fund” ซึ่งก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” นั่นแหละ จัดเป็นกองทุนรวมประหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะมีเงินเก็บเอาไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณเป็นอย่างยิ่ง เพราะกองทุนนี้เป็นกองทุนที่สนับสนุนให้มีการออมเงินเก็บเอาไว้ในระยะยาว เพื่อเอาไว้เป็นเงินสำหรับใช้จ่ายเมื่อถึงวัยเกษียณ ประเภทเดียวกันกับกองทุน สํารองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ของภาคเอกชน และกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ (กบข.) (Government Pension Fund) ของข้าราชการนั่นเอง
สิ่งที่ทำให้กองทุนรวม RMF เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนก็คือ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ลงทุนที่ต้องการจะเก็บออมเงินในระยะยาวเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณ โดยมีทางการให้การส่งเสริมสนับสนุน หรือจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เป็นการชักชวนให้คนเก็บออมเงินโดยใช้ภาษีสร้างแรงจูงใจนั่นแหละ แต่การที่ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามข้อตกลงที่กองทุนกำหนด ผู้ลงทุนก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของทางกองทุนอย่างถูกต้องเสียก่อน

กองทุน RMF เหมาะกับใคร?

กองทุน RMF เป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการมีเงินเก็บออมเพื่อใช้ชีวิตวัยเกษียณ ไม่ว่าคุณจะเป็น
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น อาชีพค้าขาย อาชีพรับจ้าง ฟรีแลนซ์ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชีฯลฯ ซึ่งขาดสวัสดิการใด ๆ มารองรับสำหรับชีวิตในบั้นปลายหรือวัยเกษียณ
ลูกจ้างที่ไม่สามารถสะสมเงินลงทุนกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เนื่องจากนายจ้างขาดความพร้อม
ลูกจ้างหรือข้าราชการที่แม้จะมีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณอยู่แล้ว แต่ก็ต้องการที่จะมีเงินเก็บออมให้มากยิ่งขึ้น
ผู้ที่ไม่ได้มีรายได้จากทำงานประจำแต่มีรายได้จากบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยหวัด ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ฯลฯ

กองทุน RMF มีเงื่อนไขในการลงทุนเป็นอย่างไร

ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากทำตามเงื่อนไขในการลงทุน ที่ทางกองทุนระบุไว้ ดังต่อไปนี้
– เมื่อได้ตัดสินใจลงทุนแล้ว จะต้องลงทุนให้ต่อเนื่องทุกปี โดยจะต้องซื้อหน่วยลงทุน ปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย
– การลงทุนในขั้นต่ำจะอยู่ที่ 3% ของเงินได้รายปี หรือ 5,000 บาท ให้เลือกเอาจำนวนที่ต่ำกว่า
– ห้ามขาดการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน (เว้นเสียแต่ว่าปีนั้นไม่มีเงินได้)
– จะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนมีอายุครบ55 ปีหรือมากกว่า และได้ลงทุนมาแล้วอย่างน้อยเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน นับจากวันที่ผู้ลงทุนได้ซื้อหน่วยลงทุนเป็นครั้งแรก(หากปีใดไมมีการซื้อลงทุน จะไม่นำมานับรวม)

ลงทุนกับกองทุน RMF จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

หากผู้ลงทุนได้ทำตามเงื่อนการลงทุนของกองทุน RMF ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 2 ทางด้วยกัน คือ
– เงินลงทุนจากการซื้อหน่วยลงทุน สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น และหากนับรวมกับเงินกองทุนสํารองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (กบข.) และประกันชีวิตแบบบํานาญที่ผู้ลงทุนได้ทำเอาไว้ จะต้องไม่สูงกว่า 500,000 บาท โดยการนับว่าผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิทางภาษีหรือไม่นั้น จะใช้การนับแบบวันชนวัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ผู้ลงทุนได้เริ่มลงทุนเป็นวันแรก
– ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากผลกำไรในการขายคืนหน่วยลงทุน แต่หากผู้ลงทุนได้ทำการลงทุนเกินกว่า 15% ของเงินได้ หรือมากกว่า 500,000 บาทขึ้นไป แล้วขายคืนหน่วยลงทุนได้ผลกำไร ผู้ลงทุนจะต้องนำเงินส่วนที่เป็นกำไร ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

อะไรบ้างที่เข้าข่ายผิดเงื่อนไขในการลงทุนกับกองทุน RMF?

– ไม่มีการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกัน โดยที่ยังคงมีรายได้ตามปกติ
การลงทุนขั้นต่ำผิดไปจากเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้
– ทำการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่ผู้ลงทุนจะมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
– ผู้ลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จะครบกำหนด 5 ปีในการลงทุน
ทั้งนี้ แม้ผู้ลงจะผิดเงื่อนไขเพียงข้อเดียวก็ถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ยกเว้นผู้ลงทุนจะเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ

หากจะถามว่าเมื่อไหร่ที่สมควรจะลงทุนกับ กองทุน RMF? คำตอบก็คือเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หากคุณอยากที่จะใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีความสุข ก็ควรตัดสินใจเริ่มลงทุนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพราะหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป ชีวิตในยามชราของคุณก็อาจจะไม่ได้พบกับความสุขมากนัก เนื่องจากไม่มีเงินเก็บมากพอที่จะเอาไว้ใช้จ่ายอย่างพอเพียงก็เป็นได้

แหล่งอ้างอิง : https://www.set.or.th/education/th/begin/mutualfund_content09.pdf

เครดิตภาพ : https://med.mahidol.ac.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *