การลงทุนแบบต่างๆ มีผลตอบแทนอย่างไร เลือกแบบไหน ให้ผลตอบแทนดีที่สุด

การลงทุนเป็นช่องทางหนึ่งที่หลายคนเลือกใช้ในการสร้างความร่ำรวยหรืออยากที่จะมีเงินเก็บเอาไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณ แต่การลงทุนแต่ละประเภทก็ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่แตกต่างกัน การลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะน้อยตามไปด้วย และเช่นกันหากต้องการผลตอบแทนสูงก็จำเป็นที่จะต้องเลือกลงทุนกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง
ส่วนระดับความเสี่ยงในการลงทุนแบบต่างๆ จะต่างกันอย่างไรนั้น วันนี้เราก็มีอันดับความเสี่ยงในการลงทุนแต่ละประเภทมาให้ได้พิจารณากันก่อนที่จะตัดสินใจหาเงินล้านแรกจากการลงทุน ดังนี้

1. การลงทุนกับธนาคาร

สำหรับการลงทุนในรูปแบบการฝากเงินกับธนาคารนั้น จะมีผลตอบแทนอยู่ในรูปของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากให้เทียบกับการลงทุนในรูปแบบอื่นแล้วก็ถือได้ว่าต่ำมากเลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะว่า การฝากเงินกับธนาคารจะมีความปลอดภัยของเงินต้นอยู่ในระดับสูง และยังมีสภาพคล่องทางการเงินอยู่ในระดับสูงด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลว่าเงินต้นจะหดหายไป แม้ว่าจะมีการถอนเงินก่อนกำหนดและไม่ได้รับดอกเบี้ยก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าทางรัฐบาลจะจำกัดการประกันเงินฝากของธนาคารลงก็ตาม ดอกเบี้ยจากการฝากเงินกับธนาคารก็ไม่ได้เพิ่มสูงจากการที่มีความเสี่ยงมากขึ้นด้วย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจกันว่าธนาคารคือรูปแบบการออมและการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำนั่นเอง โดยผลตอบแทนที่จะได้รับจากการฝากเงินกับธนาคารก็จะแตกต่างกันออกไปซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประเภทของเงินฝากและระยะเวลาที่ได้ฝากเงิน

2. การลงทุนกับตราสารหนี้

การลงทุนกับตราสารหนี้จะมีผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินกับธนาคาร เนื่องจากผู้กู้เงินจากตราสารหนี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล รัฐวิสาหกิจหรือบริษัทเอกชนมีโอกาสเสี่ยงที่จะไม่ได้ชำระหนี้ตามกำหนด และในบรรดาตราสารหนี้ทั้งหมด ตราสารหนี้ที่รัฐบาลเป็นผู้ออกที่เรียกว่าพันธบัตรรัฐบาลนั้น ถือได้ว่ามีความเสี่ยงน้อยที่สุด โดยรัฐบาลจะออกพันธบัตรรัฐบาลจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในการพัฒนาประเทศ
ส่วนการกู้เงินของบริษัทเอกชนจะมีการออกเป็นหุ้นกู้จำหน่ายให้กับประชาชนผ่านธนาคาร โดยหุ้นกู้ที่จะออกขายนั้น จะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัทจัดอันดับเครดิตในประเทศเสียก่อน และหากผู้ลงทุนในพันธบัตรและหุ้นกู้มีความต้องการที่จะใช้เงินก่อนที่จะครบกำหนดสัญญา ผู้ลงทุนก็สามารถที่จะนำพันธบัตรและหุ้นกู้ไปขายลดได้ แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนตราสารหนี้จะเป็นเช่นไรนั้น นั่นก็แล้วแต่ว่าใครเป็นผู้ออกตราสารหนี้นั้น เป็นรัฐบาล รัฐวิสาหกิจหรือบริษัทเอกชน นอกจากนี้แล้วก็ยังขึ้นอยู่กับว่าเป็นตราสารหนี้ที่มีหลักประกันหรือไม่ ด้อยสิทธิหรือไม่ และถูกจัดอันดับให้อยู่ในระดับใด หากได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับสูงก็จะมีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ผลตอบแทนที่จะได้รับต่ำไปด้วย

3. การลงทุนกับกองทุนรวม

กองทุนรวมเป็นการลงทุนที่มีมากมายหลายรูปแบบให้ผู้ลงทุนได้เลือกลงทุนตามความสนใจ ซึ่งก็มีทั้งการลงทุนในตราสารหนี้ การลงทุนในหุ้น และทั้งสองแบบผสมกัน ทำให้กองทุนรวมเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนอย่างหลากหลาย อีกทั้งกองทุนรวมยังเป็นการลงทุนที่สามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ดี เพราะสามารถที่จะเลือกลงทุนในตราสารหนี้และในหุ้นหลายตัวได้ นอกจากนี้แล้วผลตอบแทนในการลงทุนกับกองทุนรวมยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุนอีกด้วย จึงทำให้กองทุนรวมเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนได้ตั้งแต่ติดลบจนถึงมากกว่า 10% เลยทีเดียว

4. การลงทุนในหุ้น

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นเป็นรองแค่ตราสารอนุพันธ์เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันการลงทุนในหุ้นก็จัดว่ามีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน โดยเป็นการลงทุนที่ผู้ลงทุนมีสิทธิได้รับผลตอบแทนได้มากถึง 100% หรือมากกว่านั้น มากกว่าการลงทุนกับการฝากเงินในธนาคารและตราสารหนี้อย่างเทียบกันไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะขาดทุนจากการลงทุนในหุ้นก็มีมากถึง 100% ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วหากใครคิดจะหาเงินล้านจากการลงทุนในหุ้นละก็ควรที่จะต้องศึกษาหาความรู้ให้ดีก่อนเพราะมีโอกาสที่จะรวยกับโอกาสที่จะขาดทุนได้มากพอ ๆ กันเลยทีเดียว

5. การลงทุนในตราสารอนุพันธ์

การลงทุนในตราสารอนุพันธ์นับได้ว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ขึ้นอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า เช่น เช่น ราคาข้าว ราคายางพารา ราคาน้ำมัน ราคาทองหรือดัชนีราคาหุ้น เป็นต้น โดยเกิดขึ้นมาจากความกลัวของผู้ที่มีสินค้าอยู่ในมืออย่างเกษตรกรที่มีผลิตผลทางการเกษตร ผู้ถือหุ้นหรือผู้ถือทองคำและผู้ที่มีความต้องการซื้อสินค้า ว่าจะเกิดความผันผวนขึ้นกับราคาสินค้าได้ในอนาคต จึงทำให้มีการหาทางออกโดยริเริ่มใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่งนักลงทุนก็สามารถที่จะหากำไรได้จากส่วนต่างของราคาสินค้าตามสัญญาที่ผู้มีสินค้าอยู่ในมือได้ทำไว้นั่นเอง ส่วนจะได้กำไรหรือว่าขาดทุนนั้น นั่นก็แล้วแต่ว่านักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มของราคาสินค้าได้ถูกต้องแม่นยำมากน้อยแค่ไหน

แม้การลงทุนแบบต่างๆ จะมีความเสี่ยงมากน้อยต่างกันอย่างไร และถึงเราจะตัดสินใจเลือกลงทุนในประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำก็ตาม ยังไงเราก็ควรที่จะทำการศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน เพื่อที่โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดจากการลงทุนจะได้มีน้อยที่สุดนั่นเอง

แหล่งอ้างอิง : https://moneyhub.in.th/article/investment-rank

เครดิตภาพ : https://www.bbva.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *