งานฟรีแลนซ์คืออะไร วิธีสร้างความมั่นคงให้ชีวิตของคนทำงานฟรีแลนซ์





งานฟรีแลนซ์คืออะไร นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัยและอยากทราบความหมายของการทำงานฟรีแลนซ์ เพราะดูเหมือนว่าใครต่อใครในยุคปัจจุบันต่างก็อยากจะหันมาเป็นฟรีแลนซ์กันมากขึ้น วันนี้เราจึงมีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับงานฟรีแลนซ์มาฝากกัน สำหรับใครที่อยากจะมาเป็นฟรีแลนซ์ หรือกำลังมองหาอาชีพสร้างรายได้เสริมเงินดีทำ

คำว่าฟรีแลนซ์มีที่มาอย่างไร

คำว่า “ฟรีแลนซ์” หรือ “freelance” ในภาษาอังกฤษ ปรากฏมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 ในนิยายอิงประวัติศาสตร์เลื่องชื่อ Ivanhoe ที่ Sir Walter Scott เป็นผู้ประพันธ์ขึ้น ซึ่งจากนิยายเรื่องนี้ฟรีแลนซ์มีความหมายถึงอัศวินที่ถือหอกต่อสู้บนหลังม้าที่รับจ้างต่อสู้ไปเรื่อย โดยที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดขุนนางคนใดทั้งสิ้น ซึ่งคำแปลของคำว่า Lance ในภาษาอังกฤษนั้น หมายถึง ทวนหรือหอก พอมารวมกับคำว่า “Free” จึงกลายมาเป็นคำว่า “Freelance” ที่รู้จักกันดีในปัจุบันนั่นเอง
ต่อมามีการนำคำว่า Freelance หรือ Freelancer มาใช้เรียกผู้ที่ทำงานรับจ้างอิสระที่ไม่ได้เป็นสมาชิกคนหนึ่งของหน่วยงานหรือองค์กรใด ซึ่งผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์จะต้องกำหนดเวลาการทำงานของตัวเอง และรับเงินค่าจ้างตามที่ได้ตกลงกันกับนายจ้าง

อาชีพฟรีแลนซ์แบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท

จากผลการสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2015 พบว่าอาชีพฟรีแลนซ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทดังต่อไปนี้

1. Independent Contractors

Freelance กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่พบว่ามีจำนวนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว โดยคิดเป็น 36% ของผู้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ทำงานเป็น project

2. Moonlighters

ฟรีแลนซ์กลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 25% ของคนทำงานฟรีแลนซ์ในอเมริกา โดยจะเป็นคนทำงานประจำแต่มาประกอบอาชีพฟรีแลนซ์เพื่อหารายได้เสริม ซึ่งคำว่า Moonlighters ก็หมายถึงการที่จะต้องอดหลับอดนอนทำงานตอนดึก ๆ ดื่น ๆ นั่นเอง

3. Diversified Workers

เป็นกลุ่มที่ทำงานหลากหลายเพื่อหารายได้ในหลายช่องทาง เช่น อาจจะขายของออนไลน์ รับจ้างสอนพิเศษ และรับจ้างแปลภาษาไปพร้อม ๆ กันก็ได้ ซึ่งก็มีคนทำงานฟรีแลนซ์ในลักษณะนี้อยู่ประมาณ 26%

4. Temporary Workers

ฟรีแลนซ์ประเภทนี้จะเลือกรับงานจากลูกค้าแค่เจ้าเดียวเท่านั้น ซึ่งมักจะจ้างเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 2 – 3 เดือน มีฟรีแลนซ์อยู่ราว 9% ที่ทำงานในลักษณะนี้

5. Freelance Business Owner

ฟรีแลนซ์ประเภทนี้ทำงานในลักษณะผู้รับเหมา โดยจะมีการว่าจ้าง freelance คนอื่นในสายงานเดียวกันมาเป็นทีมงาน ซึ่งจะร่วมกันทำงานเป็นทีม อย่างเช่น นายวิสูตรเป็นมือโปรด้านการตลาดที่ได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของธุรกิจแบรนด์หนึ่งให้ทำแคมเปญการตลาดให้ นายวิสูตรจึงไปว่าจ้างฟรีแลนซ์คนอื่นที่ทำงานด้านการตลาดมาทำงานนี้ด้วยกัน ฟรีแลนซ์มีอยู่น้อยที่สุดแค่เพียง 5% เท่านั้น



การทำงานฟรีแลนซ์มีข้อดีอย่างไร

1. เลือกเวลาทำงานได้ตามต้องการ

ผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์สามารถเลือกเวลาที่ต้องการทำงานได้เอง โดยไม่มีกำหนดเวลาในการทำงานมาจำกัด กำหนดเวลาเดียวเท่านั้นที่ชาวฟรีแลนซ์ต้องทำตามก็คือกำหนดส่งงาน

2. เลือกสถานที่ทำงานได้ตามความพอใจ

การทำงานฟรีแลนซ์นอกจากจะเป็นเป็นอาชีพที่ไม่ถูกจำกัดในเรื่องเงื่อนไขของเวลาแล้วยังไม่ถูกจำกัดในเรื่องเงื่อนไขของสถานที่ ซึ่งสำหรับชาวฟรีแลนซ์แล้วจะอยากไปนั่งทำงานที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการไม่ว่าจะอยากทำอยู่กับบ้าน หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งทำงานภายนอก จึงมีชาวฟรีแลนซ์หลายคนที่มักจะใช้ชีวิตแบบทำงานไปเที่ยวไปจนทำให้หลาย ๆ คนอยากที่จะมาเป็นฟรีแลนซ์เพราะเหตุนี้กันไม่น้อยทีเดียว

3. เป็นนายตนเอง

การเป็นพนักงานประจำหรือเป็นมนุษย์เงินเดือนจำเป็นที่จะต้องทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ตามแต่เจ้านายจะเป็นผู้สั่งซึ่งบางครั้งอาจไม่รู้สึกอยากทำเท่าไหร่นักแต่ก็ต้องทำไปตามหน้าที่ไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร แต่อาชีพฟรีแลนซ์เป็นงานที่สามารถเลือกงานที่ทำได้ตามความต้องการและตามความพอใจโดยที่ไม่มีใครมาคอยออกคำสั่งแต่อย่างใด

4. มีอิสระในการใช้ความคิด

การทำงานในองค์กรใดองค์กรหนึ่งจำเป็นที่จะต้องทำงานตามนโยบายหรือแนวทางที่ผู้มีอำนาจหน้าที่เป็นคนกำหนด ไม่มีโอกาสที่จะได้ทำตามความคิดของเรามากนัก ส่งผลให้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานต้องถูกปิดกั้นไปอย่างน่าเสียดายเพราะไม่มีสิทธิ์ที่จะแสดงออกในสิ่งที่ตนเองคิดและเชื่อ

5. ประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการทำงานฟรีแลนซ์ก็คือสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ลงได้มาก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หรือค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยงสังสรรค์ เพราะอาชีพฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่สามารถทำงานอยู่กับบ้านได้โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนจึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงไปได้ อีกทั้งเมื่อชาวฟรีแลนซ์ทำงานอยู่กับบ้านจึงไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมากนัก ยกเว้นก็แต่ในเวลาที่ต้องออกไปติดต่อกับผู้อื่น นอกจากนี้การที่ชาวฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มักทำงานคนเดียวไม่ค่อยมีเพื่อนฝูงจึงทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองไปกับการกินเลี้ยงสังสรรค์บ่อยนัก

ทำงานฟรีแลนซ์จะสร้างความมั่นคงในชีวิตได้อย่างไร

1. มีวินัยในการเก็บออมเงิน

เนื่องจากอาชีพฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่มีรายรับไม่แน่นอน บางเดือนได้เยอะบางเดือนได้น้อยหรือบางเดือนอาจไม่มีรายได้เข้ามาเลยก็ได้ การมีวินัยในการเก็บออมเงินจึงถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับชาวฟรีแลนซ์ โดยชาวฟรีแลนซ์จำเป็นที่จะต้องแบ่งรายได้มาเก็บเป็นเงินออมให้ได้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันในชีวิต

2. เลือกออมเงินกับกองทุน

วิธีการเก็บออมเงินแบบเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดูจะเป็นวิธีที่ให้ผลตอบแทนน้อยไปเสียแล้ว การออมเงินกับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝากเงินเก็บออมกับบัญชีที่มีดอกเบี้ยต่ำ การลงทุนในกองทุนรวมหรือหุ้นจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจหากชาวฟรีแลนซ์อยากจะใช้เงินเพิ่มความร่ำรวยให้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ชาวฟรีแลนซ์ก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

3. มีวินัยในการใช้จ่าย

ชาวฟรีแลนซ์จำเป็นที่จะต้องคิดอยู่เสมอว่างานของตนนั้นอาจไม่มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นการมีวินัยในการใช้จ่ายรู้จักการบริหารจัดการเรื่องเงินให้ดีจึงเป็นวิธีที่จะช่วยให้ชาวฟรีแลนซ์ไม่มีปัญหาเดือนร้อนทางการเงินมากนัก

อาชีพฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่ไม่มีสวัสดิการใด ๆ มารองรับและรายได้ของชาวฟรีแลนซ์ก็อาจจะไม่แน่นอนนัก การวางแผนการเงินให้ดีจึงเป็นเรื่องที่ชาวฟรีแลนซ์ทุกคนต้องใส่ใจ เพื่อที่จะได้มีรายได้พอเพียงสำหรับการใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ไปจนถึงวัยที่ต้องเกษียณ

แหล่งอ้างอิง : moneyhub.in.th/article/freelancer-life
https://www.freelancebay.com/article/48

เครดิตภาพ : https://www.busemprzezswiat.pl



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *