รู้จักกับสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ธุรกิจ sme การเกษตร ความหวังใหม่ของเกษตรกรไทย





ธุรกิจ sme การเกษตร เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตสูงขึ้นไปอีกในอนาคต เนื่องจากความต้องการผลิตผลทางการเกษตรที่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น กับได้มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตตามความต้องการทั้งในเรื่องของคุณภาพผลผลิตและปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของตลาด เทคโนโลยีที่ชื่อสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ถูกนำมาใช้ในการทำการเกษตรที่กำลังเป็นกระแสมาแรงอยู่ในขณะนี้ ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เป็นความหวังใหม่ของเกษตรกรไทย และเป็นโอกาสที่จะหาเงินสร้างรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจ sme การเกษตร วันนี้เราจึงขอแนะนำให้ได้รู้จักกับสมาร์ทฟาร์มมิ่งกันว่าคืออะไร และจำเป็นอย่างไรต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจ sme การเกษตรในเมืองไทย

สมาร์ทฟาร์มมิ่ง คืออะไร?

ความต้องการผลิตผลทางการเกษตรของประชากรโลกมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ที่ใช้สำหรับการเพาะปลูกก็ยังคงมีอยู่เท่าเดิม เทคโนโลยีจึงเป็นทางออกสำหรับเกษตรกรที่จะนำมาใช้ในการเกษตรเพื่อเพิ่มจำนวนผลผลิตให้เพียงพอสำหรับประชากรโลก รวมทั้งยังช่วยให้สินค้าเกษตรของไทยมีมูลค่าในการส่งออกเพิ่มขึ้นด้วย โดยมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตประชากรโลกจะมีความต้องการผลิตผลทางการเกษตรและเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ซึ่งจากการประมาณการขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ คาดว่าภายในปี 2050 จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.7 พันล้านคน หรือราว 35% อีกทั้งประชากรที่เป็นชนชั้นกลางก็จะเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ที่เป็นกลุ่มประเทศที่มีจำนวนประชากรมหาศาล
ในอดีตผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพมีความจำเป็นที่จะใช้ความรู้ ความสามารถ ความพยายามของเกษตรกรผู้ทำการเพาะปลูก รวมทั้งงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ดินฟ้าอากาศที่ใช้ในการเพาะปลูกเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมของโลกจะกลายเป็นเรื่องที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ไปซะแล้ว การที่เกษตรกรจะต้องฝากความหวังไว้กับสภาพดินฟ้าอากาศแต่เพียงอย่างเดียวจึงเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่านัก การทำการเกษตรในปัจจุบันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตตามต้องการทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพ
สมาร์ท ฟราร์มมิ่ง จึงเป็นการทำการเกษตรยุคใหม่ที่เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยยกระดับการทำการเกษตรให้ดีขึ้น โดยมีการใช้เทคโนโลยี ที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ หรือ ไอโอที (Internet of Things : IOT) เข้ามาช่วยในการทำการเกษตร
อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในการตรวจวัดปัจจัยต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเพาะปลูก เพื่อที่จะสามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นของดินและอากาศ แสง และปัจจัยที่มีผลต่อการเพาะปลูกให้เป็นไปตามต้องการได้ ซึ่งก็จะมีการเชื่อมต่อกันกับแอปพลิเคชั่นในการแสดงผล การตั้งค่า เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ผล เพื่อที่เกษตรกรจะได้มีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเพื่อใช้ในการทำการเกษตร

อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์จะช่วยในเรื่องของอะไรได้บ้าง?

 

ช่วยควบคุมในการทำการเกษตรอย่างครบวงจร
การทำการเกษตรภายใต้แนวคิดสมาร์ท ฟาร์มมิ่งนั้น จะมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการวิเคราะห์ และวางแผนในการเพาะปลูก มีการควบคุมสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดที่เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็น ความชื้น อุณหภูมิ แสงสว่าง ฯลฯ นอกจากนี้เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ ยังทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ทำงานตามเวลาเวลาที่กำหนดได้อีกด้วย ซึ่งการทำงานในระบบสมาร์ท ฟราร์มมิ่งจะแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วนคือ
ขั้นวิเคราะห์และวางแผน
โดยจะมีการนำข้อมูลการเพาะปลูกในครั้งก่อน ๆ หรือจากการทำการเพาะปลูกในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงมาทำการวิเคราะห์ว่าในพื้นที่ที่ทำการวิเคราะห์มีความเหมาะสมที่จะปลูกพืชชนิดใด
ขั้นตรวจสอบ
จะเป็นการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ในการตรวจสอบตรวจวัด ว่าตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกไม่ว่าจะเป็นความชื้น แสงสว่าง อุณหภูมิ มีความเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร
ขั้นควบคุมการทำงาน
จะเป็นการทำงานของระบบอัตโนมัติที่จะควบคุม การให้น้ำ ให้ปุ๋ย ให้แสงสว่างในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งข้อมูลการทำงานของทั้งสามส่วนดังกล่าว ก็จะถูกนำมาวิเคราะห์ สำหรับการวางแผนพัฒนาการเพาะปลูกให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ใช้งบประมาณในการลงทุนน้อย แต่คืนทุนได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

หากจะให้พูดถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรแล้ว ผู้ประกอบการมักเป็นกังวลกันว่า จะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ และใช้ระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะคืนทุนได้หากต้องลงทุนติดตั้งระบบ ซึ่งจากที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ประกอบการจำนวนหลายรายที่ได้นำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตออฟธิงค์มาใช้ในการทำการเกษตร เพื่อจัดการกับปัญหาผลผลิตลดน้อยลง เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด เพราะอินเตอร์เน็ตออฟธิงค์สามารถช่วยควบคุมจัดการกับความชื้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งถึงแม้ว่าจำเป็นที่ต้องลงทุนในครั้งแรก แต่ต่อมาในทุกรอบของการเก็บเกี่ยวก็สามารถที่จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 5-10% เลยทีเดียว

ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตออฟธิงค์ จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่สามารถช่วยลดภาษีได้อีกด้วย โดยผู้ประกอบธุรกิจ sme การเกษตรที่ซื้อหรือจ้างทำซอฟต์แวร์จากผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ที่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำหรับนำมาใช้ในกิจการในงวดบัญชีที่กำหนด มีสิทธิ์ที่จะนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือจ้างทำมาหักเป็นรายจ่ายในงวดบัญชีดังกล่าวได้เต็มจำนวนของมูลค่าซื้อหรือจ้างทำซอฟต์แวร์นั้นอีกด้วย

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ sme การเกษตรแล้ว นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะมีส่วนรวมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้อุตสาหกรรมการเกษตรไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำการเกษตร ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นช่องทางในการหาเงินสร้างรายได้จากผลกำไรจากผลผลิตที่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีอีกด้วย

แหล่งอ้างอิง : https://scbsme.scb.co.th/sme-inspiration-detail/SCB_June_Smart
https://www.scbeic.com/th/detail/product/2811

เครดิตภาพ : https://geneticliteracyproject.org
www.smartfarmdiy.com
smartdairyinside.com/
www.transgen.de



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *