อยากทำธุรกิจ Startup เอาไอเดียจากไหน ทำยังไงให้ปัง

หลาย ๆ คน เมื่อได้ยินชื่อ ธุรกิจ Startup อาจจะรู้สึกว่าเป็นธุรกิจสมัยใหม่ที่ทำให้ดูเท่ดูทันสมัย หากจะบอกใครต่อใครว่าเป็นนักธุรกิจ Startup หรือไม่ก็คิดว่าเป็นธุรกิจที่ทำแล้วรวย ก็เลยอยากรวยอยากหาเงินล้านจากธุรกิจนี้ แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะทำธุรกิจ Startup ให้ประสบความสำเร็จ เพราะการทำ ธุรกิจ Startup นั้นต้องเริ่มต้นด้วย Passion ที่แรงกล้ามากพอ ที่จะทำให้คุณต้องลงมือทำเพื่อแก้ปัญหาบางอย่างให้ได้ ซึ่งหากคุณยืนยันว่าต้องการที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ในธุรกิจนี้คุณก็ต้องมีสิ่งต่อไปนี้เสียก่อน

1. หาไอเดีย (great idea)

ไอเดียเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง หากคุณมีไอเดียที่ดี และเป็นไอเดียที่ทำให้คุณรู้สึกลุ่มหลงได้มากพอ มันก็จะกระตุ้นให้คุณลงมือทำจนสำเร็จ ไอเดียที่ดีจะต้องไม่ซับซ้อนจนอยากที่จะอธิบาย แต่มันต้องมันต้องทำให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย ๆ ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว มันควรจะเป็นไอเดียที่ทำให้ทุกคนในทีมรู้สึกว่าตนมีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่จะต้องทำให้สำเร็จ และพร้อมที่จะร่วมมือเพื่อที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน มันควรเป็นไอเดียเจ๋ง ๆ ที่มีส่วนผสมของความบ้าบิ่นอยู่ในตัว และอาจฟังดูยากที่จะเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หรือไม่มันก็จะเป็นไอเดียที่ดูไม่ค่อยจะน่าสนใจมากนักในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจกับมันมากขึ้น และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมั่นใจว่าไอเดียของคุณจะช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่นได้ และคุณเองก็ต้องการจะทำ และมั่นใจด้วยว่าเวลาในตอนนี้แหละเหมาะที่สุดที่จะทำ คุณก็เดินหน้าได้เลย

2. สร้าง Product (great product)

การสร้างสุดยอด Product ขึ้นมา มันจะช่วยให้อะไรต่ออะไรเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะหากคุณมี Product ที่สุดยอดแล้ว ไม่ว่าคุณจะต้องการทีมงานเพิ่มมากขึ้น หรือต้องการเงินมาทำธุรกิจให้มากขึ้น คุณก็แค่เอา Product ของคุณไปคุยกับพวกเขาเท่านั้น สิ่งสำคัญเลยก็คือคุณต้องสร้างสิ่งที่ผู้คนชอบขึ้นมา Product ที่คนชอบก็คือ Product สามารถที่จะใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน และเป็น Product ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกอยากจะบอกต่อให้เพื่อน ๆ ของเขาได้รับรู้ด้วย เพราฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่การเสียเวลากับความคิดที่จะเอาชนะคู่แข่ง แต่คือการเอาเวลามาปรับปรุงพัฒนา Product ของคุณให้ดีขึ้น ซึ่งคุณก็สามารถทำได้โดยนำ feedback จากผู้ใช้ ที่อาจจะเป็นคนเพียงกลุ่มเดียวหรือแม้แต่เพียงแค่คนเดียวก็ได้ ที่คุณจะสามารถพูดคุยกับเขาได้ตลอด เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนา Product ของเราให้ดีขึ้น ต้องถามเขาอยู่เสมอว่า เขารู้สึกพอใจกับ Product ของเราไหม ชอบหรือไม่ชอบตรงไหน แล้วเต็มใจหรือไม่ที่จะจ่ายให้เรา และเขาจะไปชักชวนเพื่อน ๆ ให้ใช้ Product ของเราไหม หากคำตอบยังไม่เป็นที่น่าพอใจคุณก็ควรที่ปรับปรุงแก้ไขต่อไปอีก

3. หาทีมงาน (great team)

ในการทำธุรกิจ Startup คุณจะทำโดยลำพังไม่ได้ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทีม เพราะงั้นแทนที่คุณจะลุยเองคนเดียว คุณก็ควรจะมองหาเพื่อนร่วมก่อการจะดีกว่า โดยมีข้อแนะนำว่าผู้ร่วมก่อการของคุณควรจะเป็นคนรู้จักมากกว่าเพื่อนสนิท เพราะเมื่อไหร่ที่มีเรื่องผิดใจกันเกิดขึ้น มันจะคุยกันง่ายกว่าการมีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และหากคุณเป็นคนที่มีความรู้ในการทำธุรกิจ ทีมงานของคุณก็ควรที่จะมีความรู้ในเรื่องเทคนิคหรือไม่ก็ในทางกลับกัน และจะเป็นการฉลาดกว่าหากในช่วงปีแรกที่เริ่มต้น จะมีผู้ร่วมก่อการเพียงแค่ไม่กี่คนแต่พยายามให้แต่ละคนได้ดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด และถ้าหากคุณจำเป็นต้องจ้างใคร ก็ให้เลือกจ้างคนเจ๋ง ๆ และพยายามดึงเขาให้อยู่กับเราให้นาน ๆ ส่วนคนที่ไม่ใช่คุณก็ไม่ควรที่จะปล่อยเอาไว้นาน

4. ลงมือทำ (great execution)

นอกเหนือไปจากงาน CEO อย่าง การกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ขององค์กร การหาเงินงบประมาณ การโน้มน้าวชักจูงคนอื่น ๆ ให้มาร่วมทีม การจ้างและบริหารจัดการ และสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นว่างานทุกอย่างจะต้องมีการลงมือทำแล้ว เรื่องต่อไปที่คุณจะต้องทำก็คือการลงมือทำนั่นเอง โดยคุณจะต้องหาว่าอะไรคือสิ่งที่คุณจะต้องทำ เมื่อพบแล้วก็จะต้องลงมือทำจนกว่าจะสำเร็จ และหัวใจของการทำงานให้สำเร็จก็คือการจดจ่ออยู่กับมัน จัดลำดับความสำคัญของงานให้ดีว่าคุณควรที่จะทำอะไรก่อน และควรทำอะไรทีหลัง บริหารจัดการเงินและเวลาให้ดี รู้จักที่จะปฏิเสธเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับงาน และดูว่ามีการเติบโตขึ้นและมีความสมดุลอยู่หรือไม่ มีบรรยากาศของทีมเวิร์คอยู่ไหม ซึ่งหากคุณอยากรู้ว่าเข้าใกล้ความสำเร็จแล้วหรือยัง คุณก็สามารถที่จะดูได้จากการที่มีสิ่งใหม่ ๆ สำเร็จเสร็จสิ้นลงแล้ว

แม้จะไม่มีความสำเร็จใดที่ได้มาโดยง่าย แต่มันก็คงเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดความเชื่อและการลงมือทำ หากคุณค้นพบแล้วว่า อะไรคือ Passion ของคุณ คุณก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาขโมยมันไป เพราะสุดท้ายคนที่ยืนยันว่าจะทำให้มันกลายมาเป็นความจริงให้จงได้ก็คือ “ตัวคุณ”

แหล่งอ้างอิง : wilas.chamlertwat.in.th › my book

เครดิตภาพ : www.herzing.ca

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *